บทที่14

posted on 16 Feb 2009 18:21 by naamwan1983

                                       บบที่14      

  จริยธรรมและการรักษาความปลอดภัยของระบบสารสนเทศ     

   จริยธรรม  หรือ Ethice หมายถึง  หลักศีลธรรมจรรยาที่กำหนดขึ้นเพื่อใช้เป็นแนวทางปฏิบัติหรือควบคุม  การใช้ระบบคอมพิวเตอร์และสารสนเทศ  หรืออาจหมายถึง  หลักเกณฑ์ประชาชนตกลงร่วมกันเพื่อใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติร่วมกันในสังคม

จริยธรรมในสังคมสารสนเทศ     

   จริยธรรมเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และสารสนเทศจะกล่าวถึงใน 4 ประเด็น       

   1.ความเป็นส่วนตัว (Infomation Privacy)       

    2.ความถูกต้อง (Information Accuracy)      

   3.ความเป็นเจ้าของ (Intellctual Property)     

   4.การเข้าถึงข้อมูล (Data Accessibility)

กฎหมายเทคโนโลยีสารสนเทค       

 ในด้านกฎหมายเทคโนโลยีสารสนเทศ  ประเทศไทยได้มีการร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้ง 6 ฉบับ         

    1. กฎหมายเกี่ยวกับธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์       

    2. กฎหมายลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์          

    3. กฎหมายเกี่ยวกับอาชญากรรมคอมพิวเตอร์        

   4. กฎหมายเกี่ยวกับการโอนเงินทางอิเล็กทรอนิกส์           

    5. กฎหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล               

    6. กฎหมายลำดับรอง  รัฐธรรมนูญ  มาตรา78 หรือกฎหมายเกี่ยวการพัฒนาโคราสร้างพื้นฐานสารสนเทศ

คอมพิวเตอร์ในฐานะที่เป้าหมายของอาชญากรรม          

  ลักษณะการกระทำที่เป็นอาชญากรรมคอมพิวเตอร์ใน 3 ประเด็นคือ           

 1. การเข้าถึงและการใช้คอมพิวเตอร์โดยไม่ได้รับอนุญาต

    เป็นกระทำต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์หรือข้อมูลของผู้อื่นโดยที่เจ้าของไม่ได้อนญาติ การเข้าถึงอาจใช้วิธีการขโมยรหัสส่วนตัว             

  2. การก่อกวนหรือทำลายข้อมูล  

     เป็นอาชญากรรมคอมพิวเตอร์ที่เข้าไปปั่นปวนและแทรกแซงการทำงานของคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์โดยไม่ได้รับอนุญาติ               

3. การขโมยข้อมูลและอุปกรณ์คอมพิวเตอร์  

      ข้อมูลและสารสนเทศเป็นทรัพย์สินที่มีคุณค่าของบริษัท  การถูกขโมยข้อมูลอาจสร้างความเสียหายให้กับองค์การมากกว่าการถูกขโมยโปรแกรมหรืออุปกรณ์คอมพิวเตอร์เสียอีก           

     เทคโนโลยีเป็นเครื่องของการเรียนรู้   ขนาดเดียวกันก็สามารถบั่นทอนความรู้ได้  หากนำไปใช้ในทางที่ไม่ถูกต้อง   การกำหนดนโยบายเกี่ยวกับจริยธรรมการใช้คอมพิวเตอร์และเครื่อข่ายจึงเป็นสื่งจำเป็น  หน่วยงานต่างๆ ควรกำหนดระเบียบกฎเกณฑ์ลายลักษณ์อักษรเพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติร่วมกัน และผู้ใช้ควรที่จะปฏิบัติตามระเบียบเคร่งครัด  อีกทั้งช่วยสอดส่องดูแลและป้องกันอาชญากรรมตลอดจนรักษาสภาพแวดล้อมของโลกให้น่าอยู่ต่อไป

edit @ 16 Feb 2009 18:25:29 by 50224420

บทที่13

posted on 13 Feb 2009 23:48 by naamwan1983

                                              บทที่13                          

                             เทคโนโลยีและการจัดการความรู้         

          ความรู้เป็นทรัพย์สินทางกลยุทย์ขององค์การ  การประยุกต์ใช้ความรู้ก่อให้กิดวัฒนธรรมซึ่งจะส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันขององค์การ

ประเภทของความรู้       

         ศาสตราจารย์โนกากะทาเคอูชิ  ได้แบ่งความรู้เป็น 2 ประเภท คือ         

        1. ความรู้โดยนัย   เป็นความรู้ที่ซ่อนอยู่ในบุคคล อยากที่จะถ่ายทอดออกมาเป็นอักษร เช่น ความรู้ที่ได้จากประสบการณ์  พรสวรรค์  ความรู้สึกนึกคิด  ทักษะในการทำงาน  งานฝีมือหรือการคิดเชิงวิเคราะห์       

        2. ความรู้ที่ชัดแจ้ง   เป็นความรู้ที่เป็นเหตุและผล  สามารถขียนบรรยายถ่ายทอดมาเป็นตัวอักษร  ข้อความ  กฎเกณฑ์  สูตร  นิยาม  หรือลักษณะตัวแบบทางคณิตศาสตร์ได้

ประโยชน์ของการจัดการความรู้การจัดการความรู้ที่ดี  ช่วยให้องค์การได้รับประโยชน์

        1.      ช่วยเก็บรักษาความรู้ให้ควบคู่องค์การตลอดไป

        2.      ช่วยลดระยะเวลาการพัฒนาผลิตภัณฑ์  การให้บริการ  หรือการเรียนรู้งานใหม่

        3.      ปรับปรุงประสิทธิภาพ   และช่วยเพิ่มผลผลิตให้กับทุกส่วนขององค์การ

        4.      เสริมสร้างนวัตกรรมใหม่ทั้งด้านผลิตภัณฑ์และการบริการ

        5.      ส่งเสริมให้มีการเรียนรู้  แสดงความคิดเห็น  และแลกเปลี่ยนความรู้

        6.      ช่วยให้องค์การมีความพร้อมในการปรับตัวให้เหมาะสมกับเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมในการดำเนินธุรกิจเพื่อความอยู่รอดและได้เปรียบทางการแข่งขัน